ล็อกเกอร์แปลงชีวิตของคนไร้บ้าน

อเล็กซ์ คอนเวย์ หนุ่มวัย 23 จากสหราชอาณาจักรเกิดความคิดดีๆ ขณะนั่งรถไฟท่องยุโรป เขาสังเกตเห็นคนไร้บ้านต้องพกข้าวของจำนวนมากติดตัวขณะเดินทางไปมา

“หากคนเหล่านี้มีสถานที่เก็บข้าวของของตนเองได้ล่ะ ถ้าเป็นแบบนั้นได้ พวกเขาคงใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายกว่าเดิมแน่เลย” อเล็กซ์จึงตัดสินใจสร้างโครงการ Project Dignity ขึ้นมาเพื่อช่วยให้คนไร้บ้านมีล็อกเกอร์ข้างถนนเป็นของตนเอง แนวคิดของเขาเริ่มเบ่งบานหลังจากที่เขาเสนอแนวคิดนี้เข้าประกวดในโครงการ Samsung UK Solve for Tomorrow เขาเข้าร่วมโครงการนี้เป็นเวลาหกเดือนเพื่อรับการประเมิน การอบรม ทำเวิร์คช็อป และทำงานร่วมกับโจแอนนา จาอูดี้ ครูพี่เลี้ยงผู้ทุ่มเทของ Samsung ในการพัฒนาและต่อยอดแนวคิดของเขาจนกลายมาเป็นข้อเสนอทางธุรกิจที่เอาชนะใจกรรมการได้

สร้างสังคมที่ทุกคนมีส่วนร่วม

“การมีโอกาสทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของ Samsung ที่เชื่อมั่นในแนวคิดของผมเป็นเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจได้อย่างมาก” อเล็กซ์กล่าว ล็อกเกอร์ของอเล็กซ์ไม่เพียงแต่นำเสนอรูปแบบการจัดเก็บสิ่งของที่ปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้คนไร้บ้านสามารถสร้างชีวิตใหม่ร่วมกับสังคมได้ด้วย ล็อกเกอร์ดังกล่าวมีจอภาพดิจิตอลในตัวที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ อาทิเช่นแผนที่ ประกาศเกี่ยวกับที่พักว่าง และการแจกอาหาร เป็นต้น ล็อกเกอร์แต่ละจุดยังสามารถทำหน้าที่เป็นตู้ไปรษณีย์ได้ด้วย ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้คนไร้บ้านมีที่อยู่ถาวรเท่านั้น แต่พวกเขายังสามารถเปิดบัญชีธนาคาร เข้าถึงบริการที่จำเป็น และโอกาสในการหางานทำอีกด้วย

“ถ้ามีโครงการอย่าง Project Dignity แต่เนิ่นๆ ผมคงตั้งตัวได้เร็วกว่านี้” บิล อดีตคนไร้บ้านจากลอนดอนกล่าว “ระบบรักษาความปลอดภัยเป็นเรื่องที่มีความหมายอย่างมากสำหรับคนที่ไม่มีบ้าน รวมทั้งอิสรภาพที่เราได้จากระบบรักษาความปลอดภัยแบบนี้”

โครงการ Project Dignity ชนะรางวัลการประกวด Samsung Solve for Tomorrow ครั้งแรกในสหราชอาณาจักร

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2021 Samsung UK ทำการสรุปการแข่งขันตามโครงการ Solve for Tomorrow และประกาศว่าโครงการ Project Dignity ของอเล็กซ์ชนะรางวัลแกรนด์ไพร์ซ ระบบล็อกดิจิตอลของโครงการ Project Dignity ได้รับเสียงชื่นชมในวงกว้าง รวมทั้งยังได้รับความสนใจจากผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนอีกด้วย

“ผมต้องขอขอบคุณโจแอนน่า ครูพี่เลี้ยงของโครงการ Solve for Tomorrow อย่างมาก ที่ช่วยให้ผมสามารถพัฒนางานออกแบบและข้อเสนอทางธุรกิจอย่างละเอียดก่อนที่จะนำไปเสนอเป็นแนวคิดขั้นสุดท้ายได้”

ในตอนนี้ อเล็กซ์ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับ Samsung และ Digital Catapult รวมทั้งบริษัทสตาร์ทอัพอีกแห่งหนึ่งเพื่อพัฒนาล็อกเกอร์ดิจิตอลรุ่นต้นแบบที่ใช้งานได้จริง

“ผมตั้งใจที่จะต่อยอดโครงการ Project Dignity ไปอีกระดับหนึ่ง” อเล็กซ์กล่าว “ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า เราหวังว่าจะมีการติดตั้งล็อกเกอร์ชุดแรก ผมอยากให้เป็นที่ลอนดอนเพราะที่นี่มีปัญหามากที่สุดในอังกฤษ”

แบ่งปันเรื่องราวนี้เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่สร้างวิธีแก้ปัญหาสำหรับสังคม

ผสานเทคโนโลยีกับความเป็นมนุษย์

หนูชื่อคาร์เมน อายุ 21 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยจากอิตาลี หนูฝันถึงโลกที่สักวันหนึ่งผู้คนจะสามารถเข้าถึงความต้องการทางการแพทย์ได้โดยที่ไม่ต้องผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยาก

ในช่วงที่เรียนมัธยมปลาย หนูมีโอกาสไปใช้ชีวิตในแถบชนบทของประเทศไทย ตอนนั้นหนูทำหน้าที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง จากการสังเกตจึงได้เห็นว่าผู้พิการที่แขนขาขาดมักมีปัญหาในการใช้ชีวิตเป็นประจำ ปัญหาดังกล่าวทำให้หนูหันมาสนใจเกี่ยวกับหุ่นยนต์และการใช้หุ่นยนต์ในวงการแพทย์ เทคโนโลยีที่ใช้ในการสร้างแขนขาเทียมและอวัยวะเทียมที่สามารถนำไปปลูกถ่ายในมนุษย์ได้

หนูเรียนรู้เกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ การออกแบบ 3D และเครื่องกลด้วยตนเอง ซึ่งช่วยให้หนูมีโอกาสสร้างแขนขาเทียมได้เองตอนอายุ 17 ปี ในตอนนี้หนูเป็นนักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ถึงเวลาที่หนูจะต้องบรรลุความเข้าใจเชิงวิชาการที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น รวมถึงฝึกอบรมเชิงปฏิบัติอีกด้วย โครงการ Samsung Innovation Campus คือโอกาสยอดเยี่ยมที่จะได้สั่งสมประสบการณ์และฝึกฝนทักษะที่หนูต้องการได้

ซึมซับองค์ความรู้ใหม่และมุมมองที่กว้างไกลกว่าเดิม

จะว่าไปแล้ว โครงการ Samsung Innovation Campus ช่วยสอนให้หนูมีทักษะทางด้าน machine learning, AI และ IoT รวมทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะที่จำเป็น โครงการนี้ช่วยให้ตระหนักว่าทักษะส่วนตัวของหนู อย่างเช่น ความอดทนและความฉลาดทางอารมณ์ คือสิ่งที่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างวิศวกรชั้นยอดกับวิศวกรธรรมดาได้

ตั้งแต่เป็นวัยรุ่น หนูสนใจงานวิศวกรรมที่เกี่ยวกับชีววิทยาและกายวิภาคเป็นพิเศษ หนูชอบเข้าฟังการบรรยายเกี่ยวกับอุปกรณ์ IoT อย่างมากเช่นกัน และรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นอาจารย์ผู้สอนนำเอาระบบงาน IoT ไปใช้ในด้านการแพทย์ หนูจึงหันมาสนใจหนึ่งในความสำเร็จทางเทคโนโลยีปัจจุบันอย่างชีวเซนเซอร์อัจฉริยะ

อย่างไรก็ตาม แม้มีภูมิหลังด้านวิศวกรรมฟ้าก็ตาม แต่การทำความเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับวิทยาการคอมพิวเตอร์ถือเป็นเรื่องที่มีความท้าทายพอสมควร แต่การที่มีผู้เข้าร่วมโครงการมาจากหลากหลายสาขา ซึ่งแต่ละคนมีความชำนาญที่ต่างกัน พวกเขาจึงสามารถช่วยหนูไขปัญหานี้ร่วมกันได้ เราช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทำความเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดที่มีการสอนในโครงการได้อย่างถ่องแท้ และในตอนนี้ หนูพร้อมแล้วที่จะเดินหน้าทำการวิจัยและค้นคว้าเพิ่มเติม

การเดินทางที่ไม่รู้จบไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม

หนูเชื่อว่าเทคโนโลยีคือการเปิดโลกแห่งโอกาสสำหรับทุกคนและจะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายและสบายขึ้นกว่าเดิม โครงการ Samsung Innovation Campus เข้ามาเสริมสร้างศักยภาพให้แก่เหล่าเยาวชนของโลก (รวมทั้งตัวหนูเอง) โดยใช้เทคโนโลยี รวมทั้งขยายเส้นทางการดำเนินชีวิตของเราให้กว้างไกลยิ่งขึ้นเพื่อสร้างโลกที่ดีกว่าเดิมที่เราอยากใช้ชีวิตอยู่ ในตอนนี้ เรามีทักษะและความสามารถในการคิดเชิงวิพากษ์ได้แล้ว

หนูมองว่าตัวเองยังคงอยู่ระหว่างการเดินทางไปสู่เป้าหมายของการสร้างแขนขาเทียมและอวัยวะเทียมสำหรับผู้ด้อยโอกาสอยู่ ตอนนี้ หลังจากปลดล็อกศักยภาพของตนเองได้แล้วก็ตั้งใจที่จะเดินหน้าต่อไปเพื่อให้บรรลุถึงความฝันของตนเองในการใช้ทักษะและความรู้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการใช้ชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในสังคมให้จงได้

แบ่งปันเรื่องราวนี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ค้นพบความหลงใหลของตนเอง

จากนักเรียนกลายมาเป็นครู

โครงการ Samsung Dream Class มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความฝันของเยาวชนและช่วยให้พวกเขามีโอกาสศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ในปี 2021 โครงการ Dream Class ได้ปรับปรุงโฉมใหม่โดยการเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้สำหรับนักเรียน ตั้งแต่การเรียนรู้หลักสูตรพื้นฐานไปจนถึงการแนะแนวอาชีพและการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพในอนาคต นอกจากนั้นโครงการนี้ยังเปิดตัวแพลทฟอร์มออนไลน์เพื่อช่วยให้นักเรียนยังคงศึกษาหาความรู้ต่อได้ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม โดยนับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการในปี 2012 และสั่งสมองค์ความรู้เรื่อยมา ในปีนี้ โครงการ Dream Class ได้กลับมาอีกครั้งในรูปของเวทีเพื่อการศึกษาครบวงจรเพื่อช่วยให้เยาวชนบรรลุเป้าหมายของตนเอง

ในปี 2021 นี้ นักเรียนมัธยม 5,000 คนที่เรียนอยู่ในระดับเกรด 7 จากทั่วเกาหลีได้เริ่มการเดินทางตามความฝันของตนเอง นักเรียนเหล่านี้มุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงฝั่งฝันที่พวกเขาตั้งใจเอาไว้โดยได้รับความช่วยเหลือจากนักศึกษาระดับปริญญาตรี 500 คน และพนักงานของ Samsung Electronics รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ ในอุตสาหกรรมอีก 100 คน

ในหมู่ครูพี่เลี้ยงที่มาช่วยนักเรียนเหล่านี้มีบุคคลพิเศษอยู่คนหนึ่ง ซานแจ อุม คือพนักงานของ Samsung ที่เคยมีความสัมพันธ์กับโครงการ Dream Class กล่าวคือ เขาได้เข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่สมัยที่เขายังเรียนในโรงเรียนมัธยม มาดูกันว่าซานแจจะพูดถึงโครงการ Samsung Dream Class และการที่เขาเข้าร่วมเป็นครูพี่เลี้ยงที่เป็นพนักงาน Samsung อย่างไรบ้าง


คุณรู้จักโครงการ Samsung Dream Class เป็นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อไหร่?

ตอนที่ผมยังเรียนอยู่ระดับมัธยมต้น ผมเรียนในห้องเรียนตามปกติ โดยที่ไม่ได้เรียนพิเศษข้างนอกห้องเรียน ผมไม่รู้ว่าเพื่อนๆ เรียนหนังสือกันอย่างไรบ้าง ในตอนนั้น ครูที่โรงเรียนของผมแนะนำให้ผมลองสมัครเข้าร่วมโครงการ Samsung Dream Class ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มสนใจบรรยากาศที่นักเรียนจากทั่วประเทศมาเรียนหนังสือร่วมกัน ผมคิดว่าการทำแบบนี้น่าจะมีประโยชน์สำหรับคนอย่างผมที่ไม่เคยทำกิจกรรมพิเศษมาก่อน


ช่วงเวลาที่น่าจดจำมากที่สุดจากประสบการณ์การเป็นนักเรียนของโครงการ Dream Class คือช่วงไหน?

เหล่านักเรียนต้องทำการทดสอบก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ Dream Class ผมจำได้ว่าตัวเองรู้สึกตกใจมากที่เห็นเกรดตัวเองดีขึ้นหลังจากจบโครงการ ก่อนหน้านั้น การเรียนเหมือนเป็นเรื่องที่ผมต้องฝืนใจทำเพื่อพยายามทำให้เกรดดีขึ้น ผมตกใจในแง่ดีที่เห็นเกรดตัวเองดีขึ้น เพราะผมตั้งใจเรียนและมีความสุขไปกับการเรียนนั่นเอง


หลังจากเข้ามหาวิทยาลัย คุณกลับมาเป็นครูพี่เลี้ยง ประสบการณ์ตอนที่เป็นครูพี่เลี้ยงเป็นอย่างไรบ้าง?

ผมจำได้ว่าสมัยตอนที่เรียนระดับมัธยมและได้เข้าร่วมโครงการ Dream Class ผมเข้าใจดีว่าประสบการณ์ที่นักเรียนคนอื่นๆ ได้รับร่วมกับผมและครูพี่เลี้ยงคนอื่นๆ จะกลายเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อพวกเขาอย่างมาก ผมอยากสร้างอิทธิพลเชิงบวกต่อเหล่านักเรียนโดยการชี้นำให้พวกเขาไปสู่อนาคตที่ดี


ขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณได้เข้าทำงานกับบริษัท Samsung Electronics ในปีนี้ ส่วนโครงการ Dream Class ในปี 2021 นี่ก็มีหลักสูตรเพิ่มเติมจำนวนมากสำหรับเหล่านักเรียนเช่นกัน อะไรที่ทำให้คุณคุณเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ในฐานะครูพี่เลี้ยงที่มาจากพนักงาน Samsung?

ผมได้ข่าวว่าไม่ค่อยมีคนที่เคยเข้าจบการศึกษาจากโครงการ Dream Class จะกลับมาเข้าร่วมโครงการในฐานะนักศึกษามหาวิทยาลัยหรือครูพี่เลี้ยงที่เป็นพนักงานของ Samsung ผมจึงสมัครเข้าร่วมโครงการในตำแหน่งครูพี่เลี้ยงที่เป็นพนักงานของ Samsung โดยหวังว่าจะสามารถสร้างวงจรการส่งต่อความช่วยเหลือดีๆ ในลักษณะนี้ต่อไป ผมหวังว่าเหล่านักเรียนจะได้รับประสบการณ์อันล้ำค่าในระหว่างที่ใช้เวลากับโครงการ Dream Class นี้ จากนั้นอาจจะกลับมาทำหน้าที่เป็นผู้ให้ในฐานะครูพี่เลี้ยงของโครงการในอนาคต


มีอะไรอยากจะฝากถึงนักเรียนของโครงการ Dream Class บ้างไหม?

ผมได้รับความรู้และสิ่งที่ดีๆ หลายต่อหลายอย่างจากโครงการ Dream Class และตอนนี้ได้เวลาที่ผมจะตอบแทนกลับคืนไปบ้างแล้ว ผมจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดในฐานะครูพี่เลี้ยงที่สร้างอิทธิพลเชิงบวกกับเหล่านักเรียน ผมหวังว่าเหล่านักเรียนในโครงการ Dream Class จะค้นพบ เติบโต และบรรลุสิ่งที่ตนเองฝันไว้ได้

แบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับผู้นำในอนาคตบนเส้นทางสู่ความฝันของพวกเขา

แนวทางของเรา

  • เพิ่มขีดความสามารถให้กับคนรุ่นใหม่
    ให้บรรลุศักยภาพสูงสุดของพวกเขา
  • พร้อมบุกเบิกการเปลี่ยนแปลง
  • ทางสังคมในเชิงบวก
เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาชุมชนโลกด้วยแนวคิดเพื่อการเปลี่ยนแปลง และจะอุทิศทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือสังคมโลกที่ดีขึ้น พร้อมทั้งดำเนินการพัฒนาและออกแบบนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อความต้องการของประชากรโลกอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง

เราเชื่อในศักยภาพของคนรุ่นใหม่

คนเป็นหัวใจสำคัญของทุกเรื่องที่เราทำ เราเชื่อว่าทุกคนจะต้องได้รับประโยชน์จากคำมั่นสัญญาที่ว่า เทคโนโลยีจะช่วยพัฒนาและกำหนดทิศทางของโลก และคนรุ่นใหม่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างมีจุดมุ่งหมายผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ

เราค้นหาความต้องการพิเศษด้านการศึกษาจากทั่วโลก

เพราะการเรียนรู้เป็นประสบการณ์ส่วนตัว เราจึงมุ่งมั่นที่จะใช้ทรัพยากรของเราเพื่อมอบหลักสูตรการศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานระดับโลก

เราให้ความสำคัญกับความร่วมมือ

เราได้สัมผัสถึงคุณค่าของการทำงานร่วมกันโดยตรงและผลกระทบที่เรามีต่อการทำงานร่วมกันเมื่อเรามุ่งมั่นที่จะนำไอเดียที่สามารถนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหาสังคมและเอาชนะความท้าทาย

ข่าวสาร

read more