Samsung Smart School

การศึกษาที่เสริมพลังทุกคนให้ทำอะไรก็ได้

เทคโนโลยีของซัมซุงช่วยสร้างห้องเรียนแห่งอนาคตที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ที่จะทำอะไรก็ได้ ทุกคนสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดทางกายภาพ ไปสู่การศึกษาหาความรู้ในเรื่องที่ตนชอบ สนใจ ใฝ่ฝัน ด้วยการจัดการเรียนรู้ที่อาศัยเทคโนโลยีเป็นฐาน ซึ่งแต่เดิมอาจเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่ซัมซุงมองเห็นภาพอนาคตของการศึกษา ที่แม้แต่ผู้เรียนซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล ก็สามารถจะสื่อสารกับผู้เรียนคนอื่นๆ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ จากทั่วโลกเพื่อยกระดับการการเรียนรู้ได้ และแม้แต่นักเรียนที่มีปัญหาด้านพัฒนาการก็สามารถจะเรียนรู้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของตน ผ่านการศึกษาตามอัธยาศัยโดยใช้อุปกรณ์ดิจิทัล

เชื่อมช่องว่างด้านการสื่อสารด้วยเทคโนโลยี

ตั้งแต่ปี 2012 โครงการ Samsung Smart School ได้สนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่ชนบทห่างไกลซึ่งขาดทรัพยากรด้านดิจิทัลเพื่อการศึกษา ตั้งแต่ปี 2016 โครงการของเราได้เข้าถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ โรงพยาบาลที่สอนการแพทย์และพยาบาล โรงเรียนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม รวมถึงโรงเรียนขยายโอกาส โครงการ Samsung Smart School ได้ส่งมอบนวัตกรรมของซัมซุง ต้นแบบการจัดการศึกษาแห่งอนาคต รวมถึงโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีให้กับสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเริ่มต้นสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในห้องเรียนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเรามีตัวอย่างมากมายที่แสดงให้เห็นว่า Samsung Smart School สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

โรงเรียนเล็กๆ แห่งหนึ่งที่มีนักเรียน 5 คน ตั้งอยู่ในพื้นที่โดดเดี่ยวห่างไกล และเคยเกือบต้องปิดตัวลง แต่ได้กลับกลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาของเมือง ซึ่งมีทั้งจำนวนเด็กมาสมัครเรียนเพิ่มขึ้น และผลการเรียนของนักเรียนที่ดีขึ้น

นักเรียนผู้มีปัญหาด้านพัฒนาการ ไม่สามารถนั่งรถประจำทางมาเรียนเองได้ ขณะนี้พวกเขาฝึกการนั่งรถประจำทางโดยใช้โปรแกรมจําลองเทคโนโลยีเสมือนจริงอยู่ ในอีกไม่นานพวกเขาก็จะสามารถนั่งรถประจำทางไปโรงเรียนได้ด้วยตัวเอ

โรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ที่ตั้งอยู่ใกล้กับเขตปลอดทหาร (DMZ) ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ โรงเรียนนี้อยู่แยกห่างจากเมืองอื่นๆ และศูนย์กลางทางการค้า แต่ถึงแม้จะไกลแค่ไหน พื้นที่นี้ก็ไม่ได้ถูกมองข้าม Samsung Smart School ช่วยให้นักเรียนที่นี่สามารถสื่อสารกับนักเรียนจากประเทศอื่นๆ ผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล จัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน ช่วยให้นักเรียนค้นหาสิ่งที่ตนสนใจในชั้นเรียน โดยหวังว่าจะนำไปสู่อาชีพในฝันของพวกเขาในวันข้างหน้า

ความพยายามไม่หยุดยั้งสู่การเปลี่ยนแปลงไม่รู้จบ

ทุกคนควรเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเสมอภาค ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ประเทศเกาหลี มุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมและปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางการศึกษาทั่วโลกตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ด้วยความคำนึงถึงอนาคต

โครงการ Samsung Smart School เป็นโมเดลสำหรับอนาคตทางการศึกษา ที่เอื้อให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถเสริมพลังให้ผู้เรียนมีความคิดสร้างสรรค์ และมีความคิดริเริ่มในระดับที่สูงขึ้น เพื่อรับมือกับอนาคตที่คาดการณ์ได้ยากและซับซ้อนกว่าที่เคยเป็นมา

นักเรียนและครูร่วมกันสร้างห้องเรียนแห่งอนาคต

ทั้งครูและนักเรียนต่างก็มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างประสบการณ์ห้องเรียนที่ดี โครงการ Samsung Smart School ได้ใช้หลักสูตร “EduHack” เพื่อช่วยโรงเรียนต่างๆ ค้นหาโซลูชั่น เพื่อเอาชนะปัญหาด้านข้อจํากัดทางทรัพยากร โดยซัมซุงได้มอบอุปกรณ์ด้านการเรียนการสอนที่มีคุณภาพให้กับคุณครูผู้สอน เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนการสอนที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ซัมซุงยังมอบรางวัล Samsung Future Teacher Award ให้แก่ครูที่อุทิศตนทำงานเบื้องหลังเพื่อสร้างสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับการศึกษาอีกด้วย

จำนวนนักเรียนทั่วโลก
จากการรวมทุกประเทศ
4,131,285
(เกณฑ์สะสมโดยประมาณในปี 2020)
“เราจะสามารถฝึกฝนผู้ที่มีปัญหาทางพัฒนาการให้มีงานที่ดี และช่วยพวกเขาให้ยืนด้วยตัวเองได้อย่างไร” BEAR.BETTER. หาคำตอบผ่าน Samsung Smart School

BEAR.BETTER เป็นบริษัทที่ว่าจ้างผู้ที่มีปัญหาด้านพัฒนาการ เป็นกิจการเพื่อสังคมที่มุ่งส่งเสริมศักยภาพให้ผู้ที่มีข้อจำกัดแต่ใฝ่เรียนรู้และพัฒนา ทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะทางอาชีพแก่พวกเขาด้วย ในขณะที่พนักงานประมาณ 240 คนจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าทางรถไฟใต้ดิน บริษัทได้สังเกตเห็นว่า พนักงานบางคนมีปัญหากับการขนส่งสาธารณะที่คับคั่ง ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังจำเป็นต้องปรับปรุงบทบาทและความรับผิดชอบเพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้สะดวกขึ้นด้วยการฝึกอบรมการทํางานที่มีประสิทธิภาพ นี่เป็นเหตุผลให้ BEAR.BETTER มาขอความช่วยเหลือจากโครงการ Samsung Smart School

การจำลองการจัดส่งสินค้า

Samsung Smart School รับฟังปัญหา และพัฒนาแอพพลิเคชันสำหรับการฝึกอบรมทักษะการทํางานให้พนักงานของ Bear.Better แต่อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างและข้อมูลอ้างอิงสำหรับแอพพลิเคชันเพื่อช่วยผู้ที่มีปัญหาทางพัฒนาการยังมีไม่มากนัก พนักงานของซัมซุงที่เป็นอาสาสมัคร และผู้จัดการฝ่ายบุคคลของ Bear.Better จึงได้ร่วมกันอุทิศเวลา 3 เดือน เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชันชื่อ “VR Delivery Friends” ขึ้นมา

การฝึกทักษะงานผ่านโปรแกรมจําลองเสมือนจริง

เทคโนโลยีเสมือนจริงช่วยให้พนักงานได้รับการฝึกฝนและทำความคุ้นเคยกับสิ่งที่ต้องทำในสถานการณ์จริง การเรียนรู้ซ้ำๆ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้พนักงานที่มีปัญหาด้านพัฒนาการสามารถทำงานได้ดีขึ้น ก่อนหน้านี้ บริษัททำได้เพียงจัดการฝึกอบรมซึ่งต้องทำเอง และใช้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการรับรองเท่านั้น ซึ่งมีข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ แต่ด้วยโปรแกรมจําลองเสมือนจริง จึงทำให้การฝึกอบรเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ทั้งยังสามารถแบ่งปันโซลูชันการฝึกทักษะงานแบบนี้ให้กับสถาบันอื่นๆ เช่นโรงเรียนพิเศษ และโปรแกรมฝึกอบรมงานต่างๆ ด้วย
1/3

การเรียนการสอนใกล้พรมแดนเกาหลีเหนือ

ฉันคือคิม จุงมิน เป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนประถมศึกษากุนแน โรงเรียนของเราอยู่ใกล้กับประเทศเกาหลีเหนือในพื้นที่กันชนเล็กๆ ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามก่อนเข้าสู่เขตปลอดทหาร (DMZ) ของประเทศเกาหลีใต้ ที่นี่เงียบและโดดเดี่ยว จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำงานที่นี่ แต่ในฐานะครูฉันรู้สึกมันเป็นหน้าที่ แม้จะมีเพียง 6 ชั้นเรียน และมีนักเรียนชั้นละ 5 คนเท่านั้น แต่นักเรียนก็กระตือรือร้นกันมาก

เชื่อมต่อโลกกว้างผ่าน Smart Classroom

ฉันพยายามนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนอยู่เสมอ และ Smart Classroom ก็กลายเป็นส่วนสำคัญของหลักสูตรของฉัน ฉันจำได้ติดตาว่านักเรียนของฉันมีความสุขแค่ไหนเมื่อเขาได้พบกับ องค์ประกอบใหม่ๆ ของ Smart Classroom ทั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง กระดานอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป แต่ก่อนนับเป็นเรื่องยากมากที่นักเรียนจะได้เข้าถึงอุปกรณ์ดิจิทัล หรือได้เรียนรู้เกี่ยวกับที่อื่นๆ ในโลก แต่ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกของ Smart School ตอนนี้นักเรียนสามารถท่องโลกไปได้ทุกที่แบบออนไลน์ แน่นอนว่า เราก็มีการทัศนศึกษาในชีวิตจริงด้วย ช่วงวันหยุดฤดูหนาวนี้ เราจะไปพิพิธภัณฑ์นวัตกรรมซัมซุงในซูวอนกัน นักเรียนทุกคนตื่นเต้นอย่างมาก

อีกก้าว..เพื่อปูทางสู่สันติภาพ

ในขณะที่นักเรียนเริ่มเรียนรู้โลกกว้างผ่าน Smart Classroom พวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเทศเกาหลีเหนือมากขึ้น ซึ่งในทางภูมิศาสตร์แล้วทั้งสองประเทศอยู่ใกล้กัน แต่ห่างกันสุดหล้าฟ้าเขียวในหลายด้านๆ ตอนนี้นักเรียนบอกว่าต้องการทำหน้าที่เป็น “อีกก้าว..เพื่อปูทางสู่สันติภาพ” เพื่อรวมคาบสมุทรเกาหลีเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง โครงการ Smart School ได้ช่วยให้เขาคิดถึงแนวคิดสำคัญและโลกที่กว้างใหญ่ขึ้น ในฐานะครู ฉันต้องการยกระดับเทคโนโลยีและการเข้าถึงข้อมูลอย่างสุดความสามารถ และสนับสนุนให้นักเรียนของฉันมีความคิดที่กว้างไกลกว่าโลกรอบตัวเอง

วัฒนธรรมโบราณปะทะการศึกษาสมัยใหม่

เซอร์เรสเป็นเมืองในมาซิโดเนีย ประเทศกรีซ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์โบราณ ที่นี่ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ประเทศเกาหลี ได้นำเทคโนโลยีมาเสริมพลังการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน ส่วนหนึ่งของนักเรียนเหล่านี้ ก็คือ นักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาปีที่ 13 ซึ่งมีทั้งชาวกรีกพื้นเมืองและเด็กๆ ผู้ลี้ภัยทั้งชายและหญิงประมาณ 30 คน

ทลายกำแพงด้วยเทคโนโลยี

เนื่องจากสงครามกลางเมืองในประเทศซีเรียที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2015 ประเทศกรีซมีผู้ลี้ภัยเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก ผู้ลี้ภัยเข้ามายังกรีซทางทะเลมีกว่า 856,000 คน เด็กๆ ที่เป็นผู้ลี้ภัยพยายามจะเรียนรู้ภาษาและทำตัวกลมกลืนกับชาวกรีซ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย นักเรียนโรงเรียนประถมศึกษาปีที่ 13 แห่งเซอร์เรสจึงทําอะไรบางอย่าง เพื่อช่วยเพื่อนผู้ลี้ภัยทำลายกำแพงภาษา นักเรียนได้สร้างแอพพลิเคชัน “ช่วยเหลือเพื่อน (Help Friend)” ในการแข่งขันเขียนโปรแกรมที่จัดขึ้นโดย ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ สาธารณรัฐเฮลลานิค และบริติชเคานซิล แอพพลิเคชันนี้ออกแบบให้ประเมินอารมณ์ของนักเรียนและพัฒนาการสื่อสารกับคณาจารย์ นักเรียนได้ใช้เครื่องมือใน Smart Classroom นำฟีเจอร์การแปลภาษาเคิร์ดและอารบิก ใส่รวมไว้ด้วย สิ่งนี้ทำให้นักเรียนสามารถโอบอุ้มเพื่อนที่แตกต่างและสร้างความเข้าใจร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น

ปลูกฝังความคิดให้แก่เยาวชนเพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

ซัมซุงร่วมมือกับรัฐบาลในท้องถิ่น ชุมชนวิชาการ และองค์กรไม่แสวงกำไรทั่วโลก เพื่อออกแบบหลักสูตร ซึ่งรวมถึง Smart Classroom และการแข่งขันเขียนโปรแกรมในประเทศกรีซ ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพ เสริมความรู้และทักษะที่นักเรียนจำเป็นต้องมี เพื่อใช้ชีวิตและประกอบอาชีพ ตั้งแต่การสร้างห้องเรียนดิจิทัลในชุมชนชน จนถึงการสร้างให้นักเรียนมีส่วนร่วมกับการเรียนรู้ STEAM ผ่านประสบการณ์ตรง ซัมซุงหวังให้ทุกคนได้พัฒนาศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาทางสังคมในอนาคตได้